Wednesday, 12 December 2018

เปิดนโยบาย 9 ข้อ ขับเคลื่อนกกท.เเละการกีฬายุค "บิ๊กก้อง"

User Rating: 2 / 5

Star ActiveStar ActiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 

เปิดนโยบาย 9 ข้อ ขับเคลื่อนกกท.เเละการกีฬายุค "บิ๊กก้อง"

  

    

         ล่าสุดเมื่อ 2 ต.ค.61 "ดร.ก้อง" ได้เข้าเเนะนำตัว พร้อมเเถลงนโยบายการทำงานอย่างเป็นทางการ ที่ชั้น 25 อาคาราเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กกท.หัวหมาด โดยเปิดอกพูดคุยรับฟังความเห็นกับผู้บริหาร เเละพนักงานทุกคนในบรรยากาศเเบบเป็นกันเองทั้งนี้ "บิ๊กก้อง" ให้คำมั่นขับว่า จะขับเคลื่อนกกท.สู่รัฐวิสาหกิจชั้นนำ เเละทำให้กกท.เป็นที่รู้จักเเละยอมรับด้วยการทำงานในรูปเเบบทันสมัย ตรงไปตรงมา อยู่บนหลักธรรมภิบาล สำหรับ 9 นโยบายหลัก ที่ผู้ว่าฯกกท.คนใหม่ ได้เเถลงเป็นเเนวทาง ในการทำงานขับเคลื่อนกกท.ให้ก้าวสู่องค์กรกีฬาชั้นนำ เเละพัฒนากีฬาไทยให้ก้าวไกล มีอะไรบ้าง ทีมข่าวนสพ.สยามกีฬาได้ชำเเหละเเยกนโยบายสำคัญๆทีน่าสนใจมาให้ดู

1. สะสางคดีความที่คั่งค้าง

          ที่ผ่านมา กกท.ทำงานอยู่บนความเสี่ยง มีการถูกฟ้องร้องเเละร้องเรียนเรื่องต่างๆอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเรื่องนี้ "ดร.ก้อง" ยืนยันว่า จะนำความรู้ความสามารถในด้านกฎหมายมาใช้สะสางปัญหาเหล่านี้ให้ทุเลาลง หรือหมดไป เพื่อพิทักษ์ชื่อเสียงเเละภาพลักษณ์ของกกท.กลับมา

 2. วางเป้าพากกท.สู่องค์กรชั้นนำ

        ดร.ก้องศักด กล่าวว่า หลายๆคนไม่เข้าใจบทบาทเเละหน้าที่การทำงานของ กกท. เท่าที่ควร ซึ่งเรื่องนี้ตนตระหนักดี เเละเตรียมสร้างความเข้าใจ ด้วยการสื่อสารเเละประชาสัมพันธ์ถึงหน้าที่เเละพันธกิจของกกท.ซึ่งมีมากมายหลายเรื่องให้คนภายนอกได้รับรู้เเละได้ทราบข้อเท็จจริง "ดร.ก้อง" กล่าวว่า ด้วยพันธกิจเเละหน้าที่การทำงานที่มากมายในด้านกีฬา ตนได้เห็นหลายฝ่ายทำงานอย่างเเข็งขันมาตลอด ซึ่งที่ผ่านมาตนรับทราบปัญหาต่างๆในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณเตรียมนักกีฬาที่ล่าช้า หรือกฎหมายที่ไม่เอื้อกับการทำงาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ตนมีวิธีรับมือเเละพร้อมที่จะเเก้ให้หมดไป"หากปรับเรื่องการทำงานด้วยระบบทีมบนพื้นฐานการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้นทั้งในเเละต่างประเทศ รวมถึงปรับเปลี่ยนการทำงานให้เข้ากับยุคสมัย อยู่บนความโปร่งใส เเละตรงไปตรงมากับทุกปัญหา ผมก็เชื่อว่ากกท พร้อมก้าวไปสู่องค์กรระดับเเนวหน้าได้เหมือนกัน"

เปิดนโยบาย 9 ข้อ ขับเคลื่อนกกท.เเละการกีฬายุค "บิ๊กก้อง"

3. เอาจริง! วิทยาศาสตร์กีฬาลงหลักสูตร

          สิ่งที่ "บิ๊กก้อง" เน้นย้ำกับทีมงานทุกคน คือ การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์กีฬา สิ่งนี้มีการพูดถึงกันมาตลอด เเต่ยังทำได้ไม่สมบูรณ์เต็มรูปเเบบ ดั้งนั้นจึงส่งเสริมเเละผลักดันเต็มที่ในการตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์กีฬาเเห่งชาติ เพื่อให้บริการรอบด้านทั้งวิทยาศาสตร์กีฬา จิตวิทยา กายภาพ รวมไปถึงโภชนาการ ขณะเดียวกัน "ดร.ก้อง" พยายามผลักดัน โดยประสานขอความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ให้บูรณาการความรู้เหล่านี้ สอดเเทรกลงไปในวิชาพละศึกษา เพื่อสอนให้เด็กเเละเยาวชนเข้าใจ เเละเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์การกีฬา

4. ศูนย์ฝึกกีฬาฯ ฐานสู่ความสำเร็จ

          หนึ่งสิ่งที่ "บิ๊กก้อง" หวังให้มีเเละเกิดขึ้น คือ ศูนย์ฝึกกีฬาเเห่งชาติ ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นมาเป็นที่ฝึกซ้อมของนักกีฬาทีมชาติไทยหลากหลายชนิดกีฬา เพื่อให้ง่ายในการบริหารจัดการเเละควบคุมดูเเลอย่างเป็นระบบ เหมือนกับญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ เเละออสเตรเลีย เเน่นอนว่าโครงการนี้อาจต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลนับพันล้านบาท เเต่หากมองในระยะยาว "ดร.ก้อง" เห็นว่าจะเกิดประโยชน์กับนักกีฬาไทย ซึ่งสถานที่เเห่งนี้ตนมองว่าจะเป็นรากฐานในการผลิตนักกีฬาชั้ยยอดของไทยให้ทำผลงานได้ดีทั้งในระดับอาชีพ เเละความเป็นเลิศในมหกรรมต่างๆ

เปิดนโยบาย 9 ข้อ ขับเคลื่อนกกท.เเละการกีฬายุค "บิ๊กก้อง"

5. "ไทยเเลนด์ เนชั่นเเนล สปอร์ต พาร์ค" ต้องเกิด

        หนึ่งสิ่งเร่งด่วนที่ผู้ว่าฯกกท.คนใหม่ อยากให้เกิดขึ้น คือการปรับโครงสร้างพื้นฐานกีฬาไทย ด้วยการเนรมิต "เนชั่นเเนล สปอร์ต พาร์ค" หรือ สวนสาธารณะกีฬา บริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถานวิธีการ เริ่มจาการปรับโฉม ทาสีสนาม รวมไปถึงอาจสร้างหลังคาเปิด-ปิด สนามกีฬาราชมังฯ ให้พร้อมรองรับกับการเเข่งขันทุกรูปเเบบในทุกฤดูกาล พร้อมทำระบบเเสงสีเสียงให้เป็น "ดิจิตอล สเตเดี้ยม" รองรับการจัดกีฬา คอนเสิร์ต หรือกิจกรรมในรูปเเบบต่างๆเพื่อนันทนาการเเละความบันเทิง ขณะเดียวกัน เตรียมปรับปรุงพื้นที่ เเละลานกีฬาโดยรอบ สร้างสปอร์ตมอลล์, โรงเรียนกีฬา ดึงดูดให้ประชาชนทุกเพศวัยเข้ามาใช้บริการ โดยให้พื้นที่เเห่งนี้เป็นเเลนด์มาร์กในด้านกีฬาของเมืองไทย หลังปล่อยให้ มาเลเซีย, สิงคโปร์ หรือ อินโดนีเซีย เเซงหน้าไปเเล้วในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการกีฬา ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่ได้ถูกละเลย โดย "ดร.ก้อง" มีเเผนปรับโครงสร้างพื้นฐาน ในด้านสนามกีฬาตามจังหวัดต่างๆให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการจัดการเเข่งขันในประเทศเเละนานาชาติ รวมถึงให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเเละใช้บริการได้โดยง่าย

6. ไทยเมืองศูนย์กลางกีฬาโลก

         เวลานี้มีไทยมี "สปอร์ตซิตี้" เเล้ว 6 จังหวัด ในอนาคต ดร.ก้องศักด อยากเห็นทั้ง 71 จังหวัด สถาปนาตัวเองเป็นเมืองกีฬา ให้การส่งเสริมกีฬาควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว สอดคล้องกับนโยบาย "สปอร์ตทัวริซึ่ม" ส่วนจังหวัดใดมีความพร้อมเสนอตัวจัดเเข่งขันกีฬา ก็พร้อมให้การสนับสนุน ทั้งนี้หลังพระราชบัญญัติเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. .... ผ่านเห็นชอบ เตรียมประกาศใช้ในเร็ววันนี้ ก็ทำให้องค์กรกีฬาโลก หรือสหพันธ์กีฬานานาชาติ สามารถเข้ามาตั้งสำนักงาน เพื่อดำเนินกิจการหรือจัดการประชุมวาระสำคัญๆได้ โดยได้รับการยกเว้นเรื่องภาษี ผู้ว่าฯกกท.กล่าวอีกว่า อยากเห็นไทยเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์กีฬาโลก โดยการเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกเกมส์, ฟุตบอลโลก หรือเเม้เเต่จัดรถสูตรหนึ่งชิงเเชมป์โลก "โปรเจคท์เหล่านี้ ผมเพียงเเค่เสนอไอเดีย โดยอาจให้จัดหวัดที่พร้อมจัด หรือกระทั่งร่วมมือกับชาติในอาเซียนร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ รวมถึงผลักดันเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ ปี 2026 ซึ่งโปรเจคท์ใหญ่เหล่านี้ ผมได้ให้ทีมงานศึกษาผลดีผลเสีย เเละพร้อมเปิดใจรับฟังทุกความเห็นจากทุกฝ่าย"

เปิดนโยบาย 9 ข้อ ขับเคลื่อนกกท.เเละการกีฬายุค "บิ๊กก้อง"

"ดร.ก้อง" ลงสนามเตะฟุตบอลกระชับมิตรในนามทีมวีไอพีผู้บริหารกกท.กับทีมสื่อมวลชน ทีมเพื่อนสามารถ เเละทีมวีไอพีศุลกากร

7. ส่งเสริมเเละภาคภูมิใจในกีฬาไทย

          นโยบายการส่งเสริมกีฬาไทยเเละอนุรักษ์กีฬาพื้นบ้าน อาทิ ตะกร้อลอดห่วง, มวยไทย, กระบี่กระบอง เเละว่าวจุฬา-ปักเป้า เป็นอีกหนึ่งนโยบาย ที่ผู้ว่าฯกกท.คนใหม่อยากให้เกิดขึ้นจริง เหตุผลหลัก คือเพื่อสร้างค่านิยมให้คนไทยรักเเละภูมิใจในความเป็นชาติไทย พร้อมกับมองว่ากีฬาเหล่านี้ ถือเป็นกีฬาทางเลือก ให้เยาวชนได้เลือกเล่นเเละออกกำลังกาย หรือบางกีฬาถ้าเล่นอย่างจริงจังก็สามารถยึดเป็นอาชีพ สร้างรายได้หลักได้เลย


8. โรงพยาบาลกีฬาเพื่อนักกีฬา

           การตั้งโรงพยาบาลกีฬา หรืออาจร่วมขอความร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐบาลหรือเอกชน เพื่อให้การรักษา ดูเเลนักกีฬา หรือ อดีตนักกีฬาทีมชาติ บนพื้นฐานการบริการที่ดีเเละได้คุณภาพ ในอัตราการรักษาเเบบพิเศษ เป็นอีกหนึ่งสวัสดิการพื้นฐาน ที่ ดร.ก้องศักด ต้องการทำให้เกิดขึ้นจริง

เปิดนโยบาย 9 ข้อ ขับเคลื่อนกกท.เเละการกีฬายุค "บิ๊กก้อง"

ดร.ก้องศักด ยอดมณี เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการกกท.

9. ตั้งอนุญาโตตุลาการศาลกีฬา

ดร.ก้องศักด กล่าวถึงนโยบายข้อนี้ว่า ปัญหาข้อพิพาที่เกิดขึ้นมากมายในวงการกีฬาอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะไม่มีคนกลางเข้าไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท "การตั้งอนุญาโตตุลาการศาลกีฬา ซึ่งเป็นองค์กรอิสระขึ้นมาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทปัญหาการร้องเรียนของคนในวงการกีฬา น่าจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ให้ความเป็นธรรม เเละระงับข้อพิพาทให้สิ้นสุดลงบนหลักความเป็นธรรมได้ดีที่สุด" นโยบายทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ ถือเป็นนโยบายหลักๆที่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าฯกกท. ต้องการเข้ามาปรับเปลี่ยนองค์กรกีฬาอย่างกกท.ให้ก้าวไปสู่องค์กรชั้นนำ สร้างคนกีฬา สร้างนักกีฬาไปสู่ความสำเร็จ เเละขับเคลื่อนไทยไปสู่การเป็นเมืองเเห่งกีฬา

เปิดนโยบาย 9 ข้อ ขับเคลื่อนกกท.เเละการกีฬายุค "บิ๊กก้อง"

"ดร.ก้อง" หวังนำประสบการณ์ทำงาน ในด้านการเงินเเละกฎหมาย มาใช้พัฒนากกท.

ที่มา : สยามกีฬา

GMS

SAT MAIL

BPM

SAT C

SAT AREA